Incorrect file format 'stats_online2'
Warning: mysql_fetch_array() expects parameter 1 to be resource, boolean given in /home/itbsthai/public_html/include/counter.php on line 11

Warning: mysql_num_rows() expects parameter 1 to be resource, boolean given in /home/itbsthai/public_html/include/counter.php on line 23
INTERNATIONAL TRANSPORT & BUSINESS SCHOOL
ภาษาไทย English
  www.ITBSLOGISTICS.com
อ่านต่อ >>

อีเมลล์ :



Thai International Freight Forwarders Association


มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา
คุณเป็นผู้เข้าชมลำดับที่

ฐานความรู้ : การขนส่ง
การศึกษาเปรียบเทียบต้นทุนการขนส่งสินค้าจากชายแดนไทย

การศึกษาเปรียบเทียบต้นทุนการขนส่งสินค้าจากชายแดนไทยในภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือผ่านท่าเรือแหลมฉบัง และท่าเรือในภาคใต้ฝั่งอันดามันเพื่อไปยังท่าเรือในอินเดียตะวันออกกลาง และยุโรป

โดย นายสมศักดิ์ ห่มม่วง - ผู้อำนวยการสำนักงานเจ้าท่าภูมิภาคที่ 2 - รักษาการในตำแหน่งที่ปรึกษาด้านเศรษฐกิจการขนส่งทางน้ำ กระทรวงคมนาคม

คลิ๊ก Download รายงานโดยละเอียดได้ที่ http://www.itbsthai.com/fileupload/document/doc_41.pdf

บทสรุปสำหรับผู้บริหาร

การศึกษาเปรียบเทียบต้นทุนการขนส่งสินค้าจากชายแดนไทยในภาคเหนือ และภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ผ่านท่าเรือแหลมฉบัง และท่าเรือใต้ภาคใต้ฝั่งอันดามัน เพื่อไปยังท่าเรือในอินเดีย ตะวันออกกลาง และยุโรป มีวัตถุประสงค์เพื่อเปรียบเทียบต้นทุนการขนส่งสินค้าจาก จีนตอนใต้ เวียดนาม และลาว ผ่าน อ.เชียงของ จ.เชียงราย หรือผ่าน อ.เมืองมุกดาหาร จ.มุกดาหาร ในแต่ละเส้นทาง ในลักษณะการศึกษาเชิงประจักษ์ (empirical study) จากข้อมูลจริง เพื่อนำไปหาข้อสรุปว่า เส้นทางใด น่าจะมีต้นทุนต่ำกว่ากัน ทั้งนี้เพื่อหลีกเลี่ยงการคาดเดาในทางทฤษฎีแต่เพียงฝ่ายเดียว ซึ่งข้อสรุปจากการศึกษานี้จะสามารถนำไปต่อยอดในเชิงนโยบายในเรื่องขนาดการก่อสร้างท่าเรือในภาคใต้ฝั่งอันดามัน และการกำหนดบทบาทท่าเรือดังกล่าว ตลอดรวมไปถึงการกำหนดทางเลือกในการขนส่งสินค้า ที่จะออกไปทางอินเดีย ตะวันออกกลาง และยุโรป อันที่จะทำให้มีต้นทุนการขนส่งโดยรวมต่ำสุด

ผลการศึกษาเชิงประจักษ์ในกรณีนี้พบว่า การขนส่งสินค้าด้วยตู้ขนาด 20 ฟุตนั้น ท่าเรือแหลมฉบังมีความได้เปรียบกว่าในทุกเส้นทาง ไม่ว่าต้นทางจะเป็น อ. เมืองมุกดาหาร จ.มุกดาหาร หรือ อ.เชียงของ จ.เชียงราย โดยจะถูกกว่าตั้งแต่ประมาณ 200 บาท – 10,000 บาทต่อตู้ 20 ฟุต แต่สำหรับกรณีตู้ขนาด 40 ฟุต นั้น ท่าเรือแหลมฉบังจะถูกกว่าเฉพาะในเส้นทางไปยุโรปเท่านั้น โดยท่าเรือระนองจะถูกกว่าในเส้นทางไปอินเดียและตะวันออกกลาง ส่วนท่าเรือกันตังจะถูกกว่าในเส้นทางจาก อ. เชียงของ ไปอินเดีย โดยท่าเรือปากบารานั้นจะมีต้นทุนสูงที่สุดในทุกเส้นทางการที่ต้นทุนรวมของเส้นทางผ่านท่าเรือแหลมฉบังโดยส่วนใหญ่จะถูกกว่า มีสาเหตุเพราะระยะทางทางบกไปยังท่าเรือแหลมฉบังสั้นกว่าระยะทางทางบกไปยังท่าเรืออื่นๆ แม้ว่าต้นทุนการขนส่งทางเรือผ่านท่าแหลมฉบังจะสูงกว่าท่าเรืออื่นๆ แต่ก็เป็นจำนวนคงที่และต่ำกว่าส่วนต่างของต้นทุนการขนส่งทางบก ทำให้ต้นทุนการขนส่งโดยรวมของท่าเรือแหลมฉบังต่ำกว่า โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเส้นทางเดินเรือระยะไกล ที่ความแตกต่างของต้นทุนทางเรือยิ่งลดลง ทำให้ส่วนต่างต้นทุนรวม(อันเนื่องมาจากส่วนต่างต้นทุนทางบก) มีมากขึ้น 

แม้ท่าเรือระนอง (และในบางกรณีรวมท่าเรือกันตัง) จะมีต้นทุนเปรียบเทียบต่ำกว่า แต่ก็เฉพาะสำหรับการขนส่งด้วยตู้ขนาด 40 ฟุตในบางเส้นทางเท่านั้น ซึ่งในทางปฏิบัติแล้วจะมีการใช้ตู้ทั้งสองขนาดคละกันไป โดยสินค้าที่มีน้ำหนักมากมักจะใช้ตู้ขนาด 20 ฟุต ส่วนสินค้าที่มีน้ำหนักเบาจะใช้ตู้ขนาด 40 ฟุต การที่สายเรือจะเลือกบรรทุกเฉพาะตู้ขนาดใดขนาดหนึ่งจึงมีความเป็นไปได้น้อยมาก ในขณะที่ท่าเรือแหลมฉบังจะได้เปรียบด้านต้นทุนในทุกกรณีสำหรับการขนส่งตู้ขนาด 20 ฟุต และเสียเปรียบในบางกรณีสำหรับตู้ขนาด 40 ฟุต ซึ่งเมื่อกล่าวโดยรวมแล้ว การใช้ท่าเรือแหลมฉบังน่าจะเป็นทางเลือกที่ดีกว่า  เนื่องจากแนวโน้มของราคาน้ำมันเชื้อเพลิงซึ่งมีแต่จะสูงขึ้นเรื่อยๆ การนี้จะเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้ต้นทุนการขนส่งภายในประเทศไปยังท่าเรือต่างๆ ในประเทศเพิ่มขึ้น โดยที่ระยะทางการขนส่งทางบกไปท่าเรือเรือแหลมฉบังนั้นสั้นที่สุดเมื่อเทียบกับท่าเรืออื่นๆ และต้นทุนการขนส่งทางบกนี้เป็นองค์ประกอบสำคัญที่ทำให้เกิดการได้เปรียบเสียเปรียบระหว่างท่าเรือในประเทศ แนวโน้มการขึ้น  ราคาน้ำมันจึงเป็นแนวโน้มที่เป็นคุณกับท่าเรือที่มีระยะทางการขนส่งทางบกภายในประเทศสั้นที่สุด  ซึ่งก็คือท่าเรือแหลมฉบังนั่นเอง.

<< ย้อนกลับ     
Created by Asia IT Solution Copyright 2007 © ITBSTHAI.COM All rights reserved. Tel. (662) 018-2800